โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่าจะบ๊องส์

คอลัมน์ คมความคิด จิตร พลจันทร์

เรื่อง ใกล้ร่วง

โดย จิตร พลจันทร์

แขก จีน ฝรั่งมังค่า และไทยทั่วโลกเบี้ยวๆ ใบนี้เค้ากำลังสงสัยกันว่า ทำไมเจ้าของประเทศไทยที่ทุกคนเขารู้กันทั่วว่าใหญ่โตมโหระทึก ขนาดตีนเหยียบแผ่นดินเป็นแห้งแล้ง เส้นผมซักเส้นตกลงบนพื้นก็ไม่ได้จะเกิดบรรลัยจักร เดี๋ยวนี้กลับงงๆ ก๊งๆ ยังไงก็ไม่รู้ ก่อนนี้สั่งการแบบรัดกุมหุ้มเป้า แทบจะไม่มีพลาด เดี๋ยวนี้แกกลับมีกิริยาแบบผลุบๆ โผล่ๆ แถมลูกกะเป๋งหลากสี เว้นแต่สีแดง ก็ออกมาแข่งความบ้ากันจนสังคมงงงัน เหมือนคนโรคจิตหลุดจากปากคลองสานยังไงยังงั้น เมื่อท่านที่เคารพสงสัยกันว่าจะได๋เป็นจะได๋ จิตรก็เลยออกสืบค้นพลความแล้วรายงานมาเป็นลำดับด้านล่างนี้แหละเจ้า

หะแรก ก็ได้ข้อสรุปขั้นต้นก่อนเลยว่า เป็นความจริงจิ๊งจริงที่ขณะนี้ศูนย์อำนาจใหญ่ของบ้านเมืองนี้กำลังคลอนแคลน อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์เกือบหนึ่งร้อยปี อะไรที่เคยสร้างไว้กุมอำนาจของตัวเอง โคตรพงศ์วงศา ตลอดจนขี้ข้าทั้งหลาย มันกำลังค่อยแตกสลายลงทีละข้อทีละเปลาะด้วยความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนเกิดข่าวว่าเจ้าตัวเกิดอาการซึมเศร้าลึกซึ้ง ขนาดบางวันอย่าว่าแต่มนุษย์ขี้เหม็นเลย หมายังไม่อยากจะเห็น บางคนบอก อ๋อ ก็ร่างกายคนมันไม่ใช่เหล็กไหล มันก็เสื่อมสลายไปได้ตามเวลาน่ะซี้ จิตรขอกราบเรียนมามิใช่ดอก สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลงก็จริงอยู่ เพราะในอดีตเผาร่างกายตัวเองมามากด้วยเหล้ากับบุหรี่ แต่จิตรรับรองแข็งแรงว่ายังดีอยู่ ยังควบยังคุมอะไรได้อย่างสบายมือสบายเท้า ที่ต้องระเห็จจากนิวาสถานไปอยู่ซะที่อื่นก็มิใช่เพราะสุขภาพ แต่เพราะตั้งใจจะตั้งป้อมค่ายใหม่ที่ใครๆ เข้ามายุ่งไม่ได้ เมีย ลูก ลูกกะเป๋ง (ที่ไม่อยากเห็นหน้า) ตัวสอพลอตอแหลบางตัว (บางตัวมีตำแหน่งตอแหลถาวรซะแล้ว ก็เอาไว้ข้่างๆ) ย่อมจะเข้ามาลำบาก ไม่เหมือนอยู่บ้านไม่ว่าจะหลังไหนที่ถูกกวนไม่ได้หยุด ป้อมค่ายใหม่นี้สมบูรณ์พร้อมด้วยฐานข้อมูล ใครๆ เข้าเว็ปไหนไม่ได้ขอให้มาที่นี่ ไปได้ทั่วโลกตลอดเวลานาที ส่งผลให้เจ้าตัวใช้เวลาสลับอยู่ที่หน้าจอ อ่านหนังสือ กับนอนพัก เจอหน้ามนุษย์หรือ “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน” น้อยลงเยอะ ผลจากอยู่หน้าจอ ทำให้เจ้าตัวถึงกับตระหนกตกใจว่าทำไมเรตติ้งถึงได้รูดมหาราชขนาดนี้ ที่สำคัญ เรื่องเก่าๆ ในอดีตที่อุตส่าห์ฝังกลบไว้อย่างดีดันมีคนขุดขึ้นมาตั้งหลายเรื่อง และยังตั้งหน้าตั้งตาขุดอย่างไม่ปราณีปราศัยเลยทีเดียวเจียว

แต่ไอ้ปัญหาจริงๆ มันอยู่ที่วิธีสั่งงานของ “ศูนย์” มากกว่า “ศูนย์” เป็นยอดฝีมือในการสั่งงานแบบไม่สั่ง พูดอะไรก็ไม่รู้ คนฟังก็นั่งถอดรหัสไปเรื่อยหยั่งกะถอดลายแทงมหาสมบัติ แต่เมื่อต้องนั่งประจัญหน้ากัน โดยเฉพาะได้รับ “เกลียด” ให้ขึ้นมานั่งแบบตีเสมอ ก็ต้องทำหน้าว่าเข้าใจไปก่อน จะรู้เรื่องไม่รู้เรื่องพยักหน้ารับไว้ก่อน จะหันไปถามใครก็ไม่มีใครนั่งอยู่ด้วย มีแต่พี่หะมานอนหมอบอยู่ตัวเดียว การสั่งงานเทือกนี้น่ะ มันสับสนง่ายนักล่ะท่าน สั่งงานก็สั่งด้วยเสียงกระซิบ พูดเบาหวิวจนคนคุยด้วยได้ยินมั่งไม่ได้ยินมั่ง แถมใส่รหัสเสียหลายชั้นหลายเชิง ถอดออกมาล่อนจ้อนยังต้องยกตีนขึ้นเกาหัวแกรกๆ ว่าพูดอะไร (วะ) เพราะกลัวว่าชัดเกินไปมันจะไม่เหมือนเทพเจ้าพูดในวัดแขก เสียความศักดิ์สิทธิ์หมด สไตล์เบลอที่พัฒนามานานเป็นปีๆ นี่ล่ะ ขณะนี้กำลังทำวุ่น คนที่ได้เข้าไปหา ออกมาก็อ้างว่าสั่งแบบนี้แบบนั้น เรารู้กันล่ะท่านว่าเจตนาของเจ้านี้เขาไม่เคยมีอย่างอื่นหรอก คนข้างล่างกล้าหือเมื่อไหร่ก็เกิดร้อนอาสน์ทุกที สั่งปราบปรามจนไม่มีเหลือหลอ เมตตาไม่มีมีแต่ขี้ตา เป็นมานานชั่วชีวิตจิตใจแล้ว ทีนี้ถึงจะรู้เจตนา แต่การสั่งงานเขาอาจจะสั่งเป็นตอนๆ เพื่อให้คุมสถานการณ์อยู่มืออยู่ตีน ปัญหาคือคนที่ไปรับคำสั่งมาฟังไม่เข้าใจ ก็เลยออกมาทำงานตามวิสัยสันดานของตัวเองผสมเข้าไป ในที่สุดก็เลยไร้ซึ่งความเนียน อันเป็นศิลปะชนิดพิเศษของคนสั่ง ขนมพอสมกับน้ำยา ทั้งคนสั่งและคนรับคำสั่งก็เลยพากันฮิบหายกันทั้งคู่ และเป็นความฮิบหายอย่างช้าๆ ที่เรียกว่าตายนึ่ง อย่างที่ทั่วโลกเขามองดูด้วยความสมเพทเวทนาอยู่นี่แหละ

ถ้าจะถามจิตรว่า อ้าว เขามีม้าใช้หรือหมาใช้อยู่หลายตัว นับเป็นครอกๆ เลยมิใช่รึ? ทำไมเขาไม่สั่งไอ้พวกลูกกระโป๊งเหน่งพวกนี้ให้ไปสื่อสารแทนหรือคุมงานเล่า เข้าไปนั่งสง่าอยู่ในศูนย์อำนวยความฉิบหายให้แก่โคตรตระกูล (ย่อว่า ศอฉ.) เลยยังได้ เทือกเค้าชอบอยู่แล้ว ก็ต้องตอบว่า ทำมิได้เสียแล้วพระคุณท่าน เพราะม้ากับหมาหลายตัวขณะนี้ได้กลายเป็นสัตว์พิการทางชื่อเสียงเกียรติคุณไป หมดแล้ว เดิมเป็นม้ากับหมาที่มีชื่อเสียงว่าสมถะมั่ง ซื่อสัตย์มั่ง รักภักดีเป็นที่หนึ่งมั่ง ราวกับพระสาวกยังไงยังงั้น ปรากฎว่าขบวนประชาธิปไตยช่วยกันขุดรากถอนโคนจับแก้ผ้าเอาไฟฉายส่อง จนเค้ารู้กันทั้งบางว่ามันสร้างภาพผู้ดีตีนแดงกันทั้งนั้น ทำเลวระยำตำบอนต่อประเทศเสียยิ่งกว่าใครทั้งหมด ไอ้หัวขาวที่ทำเดินเท่ แต่ดูดเงินจากธนาคารมั่ง บริสัตว์เกษตรอุตสาหกรรมที่ฉ้อฉลต่อชาวไร่ชาวนาทั่วประเทศมั่ง หรือไอ้ฤษีสมถะที่ชอบพานักข่าวเดินป่า ทำเป็นรักธรรมชาติเสียเต็มประดา สุดท้ายก็คือโจรปล้นแผ่นดินที่เขายายเที่ยง อีพวกผู้หญิงแก่หนังยานที่วิ่งซ้ายวิ่งขวาจนลูกตุ้มขนาดเท่าแตงไทยเน่าๆ แกว่งไกวไปมา ก็มีแต่หาเงินเข้ากระเป๋าของผู้สูงศักด์ิแบบวัดครึ่งกรรมการครึ่ง จนสะเทือนไปทั่วทั้งสำนัก สำนักสงฆ์แบบนี้ตั้งอยู่บนความศรัทธาของคนนะครับท่าน เมื่ออ้ายอีพวกนี้ไปที่ยวทำอัปรีย์จัญไรตามที่คนเป็นนายสั่งให้ไปทำ คนเขาก็เริ่มเห็น เห็นแล้วก็เบะปากว่านี่น่ะหรือคนที่ข้าควรจะเคารพนบนอบ มีแต่จะถ่มถุยเข้าให้ล่ะไม่ว่า ในที่สุดหันกลับมาอีกที ก็พบว่าไอ้อะไรที่เคยยึดมั่นถือมั่นกันมาหยั่งกะคนเป็นเอ๋อ สุดท้ายรู้เช่นเห็นชาติว่ามันยึดไม่ได้ เพราะมีแต่ซาก แถมยังมีพิษร้ายที่สั่งสมมาในตัวนานปี จนกลายเป็นภัยต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขนาดเอาไปฝังไม่ลึกพอ หมาคุ้ยขึ้นมากินยังตายได้

บุญกุศลของบ้านเมืองจริงจิ๊งที่ความเลวร้ายพวกนี้มันชัดเสียยิ่งกว่าชัด ในเวลาแค่ไม่ถึงห้าปี โถ ใครจะนึกว่าขบวนการประชาธิปไตยมันจะใช้เวลาเพียงน้อยนิด ก็กระชากกบาลของไอ้เผด็จการที่เลวร้ายที่สุดตัวใหญ่ที่สุดของประเทศออกมาได้ อย่างกระจะตากระจะหูหยั่งงี้ จิตรต้องถือว่าคนไทยมีอะไรคุ้มครองอยู่จริงๆ แต่ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์คิดชอบอะไรหรอก สิ่งที่คุ้มครองบ้านเมืองนี้อยู่คือความดีสะสมของคนที่เรียกตัวเองว่าคนไทย น่ะเอง เมื่อเอาดวงจิตดีๆ มารวมกันเป็นจำนวนมาก ในที่สุดมันก็กลายเป็นความดีงามระดับชาติบ้านเมือง ไม่หยั่งงั้นฝ่ายปิศาจจำแลงมันจะหน้าแตกกราวๆ กันรวดเร็วหยั่งงี้ได้ไงล่ะท่าน

แหม… ยิ่งมีละครเรื่องโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เข้ามาแจมด้วย ยิ่งหนุกหนานใหญ่ โอ้โฮ เผลอตัวกระโดดลงมาเล่นละครกันครบถ้วน ทั้งนายใหญ่ นายหญิง คุณหนู อีตาแก่ (มาก) จอมสอพลอ ไอ้หมอแก่ (น้อย) ที่บริหารอยู่ ขนาดผู้สูงวัยบางคนขนาดที่เตรียมจะละ “ละสังขาร” ยังอุตส่าห์หน้าด้านเอามาอ้างเป็นเครื่องมือแล้วบอกว่าปู่แกลำบากเดือดร้อน ต้องเข็นไปเก็บไว้ที่อื่น ทุเรศทุรังกันไม่พอ แถมเอาไอ้พวกสื่อมวลสัตว์เส็งเคร็งดีแต่เกาะตีนผู้สูงส่งออกล่าหากิน ทำการโฆษณาชวนเชื่อว่าเห็นไหมๆ เสื้อแดงทำให้เขาเดือดร้อนกันทั้งนั้น ก็หวังจะให้สังคมเกิดความชิงชังต่อขบวนประชาธิปไตย หลังจากที่ข้อกล่าวหาเลวๆ เรื่องก่อการร้ายมั่ง ล้มเจ้ามั่ง มีอันล้มเหลวไม่เป็นท่าไปหมดแล้ว ที่ไหนได้ล่ะท่าน คนทั่วบ้านทั่วเมืองไปจนถึงทั่วโลกขณะนี้เขากลับเห็นความชั่วร้ายและละครอัน ไม่สมจริงกันชัดเจนทั้งนั้น แล้วเขาก็พุทโธว่า โถ นึกว่าเป็นคนดีกันขนาดไหน ความจริงก็ฝูงคนชั่วๆ ที่รวมตัวกันภายใต้ระบอบปิศาจที่กอบโกยทุกอย่างจากประเทศไทยและคนไทยมานาน แสนนาน ที่มันทำภาพลักษณ์ตัวเองให้เป็นคนดีในระดับเทวดาและทำอะไรไม่มีผิดเท่านั้น เอง

เรื่องโรงพยบาลจุฬาฯ มันทำให้สิ่งที่จิตรเพียรบอกกล่าวเล่าขานมานานพอดู มันเกิดหลักฐานขึ้นชัดเจนเลยทีเดียวเชียวล่ะ คนเหล่านี้เค้าพวกเดียวกันทั้งนั้น ไม่มีหรอกนะท่าน ใครจะบอกว่าผู้ชายดี ผู้หญิงเลว พี่น้องคู่นี้ไม่เหมือนกัน คนนี้ดีเลวกว่าคนนู้น ไม่มี๊ ไม่มี เหลือบฝูงเดียวกันทั้งน้าน สวาปามก็ที่เดียวกันคือตรงตับไตไส้พุงของคนไทยทั้งชาติ ถ่ายทุกข์ก็ถ่ายที่เดียวกันคือบนหัวของพวกเราทั้งหลายทั้งปวงที่เรียกว่า ไพร่นั่นเอง

ขอขอบคุณละครเรื่อง “โรงพยาบาลจุฬาฯ ท่าจะบ๊องส์” อย่างเป็นทางการมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะเจ้า!

64 ส.ว. โต้เดือด ปชป.ยัดข้อหาหนุนระบอบทักษิณ

ยุทธนา ไทยภักดี

ส.ว. โต้เดือด ย้ำ ส.ว.โดนหักหลัง รบ.ไม่ต้องการปรองดองตั้งแต่แรก ซัดอย่ามาดึงสภาสูงเล่นเกมการเมือง อยากเล่นให้ไปเล่นกับฝ่ายค้าน…

พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี ส.ว.สรรหา ตัวแทน 64 ส.ว. ที่เป็นคนกลางไปเจรจากับรัฐบาล และ แกนนำ นปช. กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลออกมาปฏิเสธว่า ไม่ได้หักหลัง ส.ว. กรณีมอบหมายให้ไปเจรจากับแกนนำ นปช. ว่า ก่อนหน้าที่กลุ่ม 64 ส.ว.จะรับเป็นคนกลางในการประสานไปยังแกนนำ นปช. เพื่อให้มีการเจรจานั้น ได้รับคำสั่งจาก นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา โดยประธานวุฒิสภา กล่าวกับพวกตนว่าได้โทรศัพท์หารือกับนายกรัฐมนตรีแล้ว และนายกฯเองก็ได้รับเงื่อนไขตกลงให้กลุ่ม 64 ส.ว. เป็นคนกลางไปเจรจาเพื่อเข้าสู่แนวทางการปรองดอง จากนั้นตัวแทนกลุ่ม 64 ส.ว.ที่มีตนเป็นตัวแทนด้วยได้ประสานไปยังแกนนำ นปช. ซึ่งตอนนั้นทางแกนนำยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย แต่เราได้ให้ความมั่นใจโดยเสนอตัวจะเป็นผู้พาแกนนำไปเจรจากับรัฐบาล ทางแกนนำนปช.จึงยอมรับเงื่อนไขที่จะเข้าสู่แนวทางปรองดอง

จากนั้น กลุ่ม ส.ว.จึงได้ประสานไปยังรัฐบาลเพื่อกำหนดวันที่จะให้มีการเจรจากัน ส่วนที่มี ส.ว.บางคนออกมาระบุว่าโดนรัฐบาลหักหลังแต่รัฐบาลออกมาตอบโต้นั้น เรื่องการหักหลังนั้น ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ แต่เห็นว่ารัฐบาลไม่มีความประสงค์ จะเข้าแนวทางปรองดองตั้งแต่ต้นแล้ว แต่กลับมอบหมายให้พวกตนเป็นคนกลางไปเจรจากับกลุ่มแกนนำ นปช. ซึ่งพวกตนก็ไม่ทราบว่า ระหว่างที่ ส.ว.ไปเจรจากับแกนนำ นปช.นั้น รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ 

“ผมไม่อยากพูดว่าใครหักหลังใคร แต่พวกผมไม่เคยคิดจะหักหลังใคร เราทำไปตามหน้าที่ ตอนที่เราไปยื่นหนังสือกับแกนนำ นปช. ก็บอกว่าอาจจะมีการหารือกันได้กับฝ่ายรัฐบาล แต่ไปๆมาๆก็เป็นแบบนี้ ผมสงสัยว่า ถ้ารัฐบาลจะไม่ปรองดองตั้งแต่แรก แล้วให้พวกผมไปเจรจาทำไม ส่วนกรณีที่มี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนออกมาโจมตีว่ากลุ่ม 64 ส.ว. เป็นผู้สนับสนุนระบอบทักษิณนั้น ไม่เป็นความจริง ยืนยันว่ากลุ่ม 64 ส.ว.ไม่เคยคิดจะหนุนใครทั้งนั้น และไม่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ว่าทางใด แต่สิ่งที่ ส.ว.ทำไป เพราะไม่อยากให้มีการใช้กำลังปะทะกัน ไม่อยากเห็นการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นเท่านั้น” พล.ต.ท.ยุทธนากล่าว

ขณะที่ นายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร กล่าวว่า การที่นายสาธิต ปิตุเตชะ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ากลุ่ม 64 ส.ว. เป็นกลุ่ม “ทักษิณคอนเน็คชั่น” นั้น ในนามตัวแทนของกลุ่ม 64 ส.ว. ขอปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยสิ้นเชิง เพราะไม่ตรงกับความจริง อยากจะถามว่าข้อเสนอของคณะ 64 ส.ว. ที่เสนอให้ไม่ใช้ความรุนแรงและเข้าสู่การเจรจากันระหว่างคนไทย ข้อเสนอนี้ก็ใช้มาโดยตลอด ตั้งแต่สมัยกลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุม ไม่เห็นพรรคประชาธิปัตย์ออกมาคัดค้าน การเสนอเป็นคนกลางเจรจาครั้งนี้ก็นำโดยนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเป็นพวกทักษิณ ก็บอกให้กลุ่ม 40 ส.ว. ซึ่งเป็นพวกพรรคประชาธิปัตย์อย่าสนับสนุนให้เป็นประธานวุฒิสภาต่อไป

http://www.thairath.co.th/content/pol/84504

ข่าวสารอีกด้านหนึ่ง!

ประกาศคนหาย

ชายไทยรูปร่างสูงใหญ่ ผิวดำ นามว่านายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือ “กี้ร์” แกนนำเสื้อแดง “ฮาร์ดคอร์” หายไปตั้งแต่คืนวันที่ 18 ค่อนรุ่งวันที่ 19 พฤษภาคม ก่อนทหารจะเข้าสลายการชุมนุมม็อบ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

ครั้งสุดท้ายมีข่าวรายงานว่า โดนรวบตัวได้ที่สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต และถูกควบคุมตัวไปขังที่ค่ายนเรศวร จังหวัดเพชรบุรี แต่ไปๆมาๆกลายเป็นว่า ฝ่ายตำรวจ และ ศอฉ.ออกมาปฏิเสธไม่มีการจับตัว “อริสมันต์” แต่อย่างใด

ไม่รู้ชะตากรรม เป็นตายร้ายดี

ย้อนไปฉากสุดท้ายที่หลังเวทีเสื้อแดงที่ราชประสงค์ นายอริสมันต์ยืนคุยหน้าเครียดกับ “เสธ.แดง” พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ภายใต้สถานการณ์ที่มีข่าวว่าแกนนำแดงสายฮาร์ดคอร์ไม่ยอมยุติการชุมนุม และก็เป็น “เดอะกี้ร์” ที่ถูก พล.ต.ขัตติยะยกให้เป็นแกนนำรุ่น 2 ยึดเวทีแดงลุยต่อ

ถัดมาแค่ข้ามคืน “เสธ.แดง” ก็โดนสไนเปอร์ยิงศรีษะ เสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่วันนี้ “เดอะกี้ร์” หายตัวลึกลับ ไม่รู้ไปหลบอยู่แห่งหนตำบลไหน

ที่แน่ๆเขาคือเบอร์ต้นๆใน “บัญชีดำ” ในฐานะขาบู๊ฮาร์ดคอร์ขวัญใจคนเสื้อแดง

แรงอาฆาตจากโจทก์หมั่นไส้เพียบ

เอาเป็นว่า สถานการณ์ ณ ห้วงนาทีนี้สำหรับนายอริสมันต์ ถูกคุมขังอยู่ในคุกร่วมกับแกนนำ นปช.น่าจะปลอดภัยกับสุขภาพมากกว่า “ล่อเป้า” อยู่ข้างนอก

ในฉากไล่ล่า “ผู้ก่อการร้าย” เสียงประกาศจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เร่งตามหาตัวแกนนำม็อบเสื้อแดงที่ยังหลบหนี แม้แต่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ที่ได้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ไม่ต้องโดนกักตัว ยังโดนคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ

เล่นไม้แข็ง จ้องทุบกันแรงๆ

ภายใต้ยุทธการ “ตัดแขนตัดขา” รัฐบาลโดย ศอฉ.ใช้ดาบพระราชกำหนดสถานการณ์ ฉุกเฉินในสถานการณ์ร้ายแรง เดินหน้าสยบลูกข่ายนายใหญ่

อ้างสกัดท่อน้ำเลี้ยง “ขบวนการก่อการร้าย”

เดินหน้าล็อกบัญชี บล็อกการทำธุรกรรมการเงินของคนในเครือข่ายใกล้ชิดอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร โดนกันถ้วนหน้า
ไม่สนเสียงทัก ไม่ฟังเสียงวิจารณ์ “หว่านแห”

ฝ่ายถืออำนาจมั่นใจ กระแสกำลังเข้าทาง หลังม็อบเสื้อแดงอาละวาดเผาป่วนเมือง

เข้าฉาก “ก่อการร้าย”

ระดับความชอบธรรมถึงจุดที่จะลุยจัดการกับลูกข่ายอดีตนายกฯทักษิณแบบถอนรากถอนโคน พร้อมๆกับสลายความเข้มแข็งของกองทัพแดง

ไม่ให้กลับมาลุกฮือ เป็นหอกข้างแคร่

ตามจังหวะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กลับมาโผล่ ออกจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯในช่วงเวลากลางวันของวันที่ 21 พฤษภาคม ยืนยันสถานการณ์ใกล้สู่ภาวะปกติ

หยอดมุกเก่า เชิญคนไทยกลับเข้าสู่โปรแกรมปรองดอง

ฝ่ายชนะคุมเกมได้ ในอารมณ์ที่ฝ่ายรัฐบาลเล่นจังหวะชิงกระแส

แต่อีกมุมหนึ่ง ตามข่าวบันทึกสถิติการใช้อินเตอร์เน็ตในห้วงเวลาสลายม็อบแดง คนทางบ้านแห่ดูข่าวทางเว็บไซต์จนล่ม สะท้อนอารมณ์สังคม

คนเลิกดูทีวี รับข่าวสารด้านเดียว

กับอีกภาพคนแห่ตุนข้าวสารอาหารแห้ง แย่งกันซื้อสินค้า กลัวอดอยากในสถานการณ์เคอร์ฟิว

ตามปรากฏการณ์ที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงาน มติที่ประชุมสมาชิกรัฐสภาแห่งสหภาพยุโรป (อียู) ได้เรียกร้องรัฐบาลไทยให้รับประกันว่า

การประกาศภาวะฉุกเฉินจะไม่นำไปสู่ความเข้มงวดในสิทธิขั้นพื้นฐานและเสรีภาพส่วนบุคคล ขอให้ยุติการตรวจสอบและความเข้มงวดต่อสิทธิในการแสดงออก

พร้อมกันนี้ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเริ่มเปิดเจรจากัน เพื่อหาแนวทางแก้วิกฤติในปัจจุบันโดยสันติ และเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว

“เป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว”

แล้ววันนี้ฝรั่งมองประเทศไทยอยู่ในภาวะอะไร.
ทีมข่าวการเมือง

‘เสียสละ’ สะกดยาก?

ฉากที่เห็นภาพล่วงหน้า โดยไม่ต้อง “นั่งทางใน”

โดยการเตือนล่วงหน้าของเซียนการเมืองรุ่นลายคราม ความเห็นของนักวิชาการมหาวิทยาลัย การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ต่างประเทศ บทวิเคราะห์บนหน้าหนังสือพิมพ์ไทย หรือแม้แต่ การจับสัญญาณจากอารมณ์ของแกนนำบนเวทีที่พูดเอามันแบบกลอนพาไป

ถ้าทหารลุยสลายม็อบเสื้อแดงเมื่อไหร่ ย่านราชประสงค์เป็นทะเลเพลิงแน่

แล้วก็ไม่ผิดคาด ตามคำแปลศัพท์ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ “ฝูงชนขนาดใหญ่ ที่ก่อจลาจล” ม็อบเสื้อแดงอาละวาดเผาเมืองวอดวาย

เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม เซ็นเตอร์วัน ห้างหรูกลางใจเมืองกรุงเทพฯกลายเป็น

ทะเลเพลิง ควันไฟพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ลามไปหัวเมืองต่างจังหวัดภาคอีสาน ภาคเหนือ พื้นที่โซนแดง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี มุกดาหาร อุดรธานี โดนเผาเป็นจุณ

สังเวยอารมณ์คั่งแค้นของพวกแดงฮาร์ดคอร์

“ขามั่ว” ร่วมแจมกันมันมือ

ตัวเลขความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ย่อยยับเท่ากับภาพพจน์ของประเทศ ไทยที่เป็นข่าวประจานไปทั่วโลกผ่านจอสำนักข่าวยักษ์ใหญ่

อย่างไรเสียก็ต้องมีคนชดใช้

และเบื้องต้นก็เป็นฝ่ายนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่เดินนำแกนนำระดับหัวโจกเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“เซ่นด้วยอิสรภาพ”

ไถ่บาปที่พามวลชนมาเซ่นคมกระสุนปืนตายเป็นใบไม้ร่วง

อย่างน้อยไม่ทำให้คนตายเพิ่ม   ก็ถือเป็นความรับผิดชอบที่อยู่ในวิสัยของ

แกนนำม็อบ

หัวโจกเสื้อแดงถูกล็อกเข้ากระบวนการยุติธรรม ตามโปรแกรมต้องพิสูจน์ข้อหาก่อการร้าย คดีล้มล้างสถาบัน ตามบทของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

แต่คำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่ศาลจะฟังใคร

เช่นเดียวกัน ตัวสำคัญตามท้องเรื่องอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โดนฝ่ายตรงข้ามโน้มน้าว กระแสสังคมพิพากษาแล้วว่า “เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง”

แต่ของจริงก็อยู่ที่ “ผู้พิพากษาตัวจริง” ว่ากันในศาล

ตามปรากฏการณ์อย่างที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยเอง ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมพวกรวม 10 รายในข้อหาก่อการร้าย

แต่แค่เพียง 2 ชั่วโมง ทางศาลได้เรียกสำนวนกลับคืน เพื่อชะลอการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงรายเดียว และนัดไต่สวนเพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม

มาตรฐานของศาลต้องเน้น “ชัวร์” ไม่เล่นตามกระแส

โดยเฉพาะเรื่องคอขาดบาดตาย ข้อหาก่อการร้ายโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตที่ตั้งแท่นเล่นงานฝ่ายเสื้อแดง ในสถานการณ์ที่ฝ่ายถืออำนาจมีดาบพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเป็นเครื่องมือ

“ฟันมั่ว” แล้วโยนกลองให้ศาลไม่ได้

ทั้งหมดทั้งปวง โดยสถานการณ์ของฝ่ายแพ้ในเกมสลายฐานที่มั่นเวทีราชประสงค์ คนเสื้อแดงถูกลากคอเข้ากรงขัง ใช้อิสรภาพไถ่บาป พาคนมาตาย

แต่ที่ยังสะกดคำว่า “เสียสละ” ไม่เป็น

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะผู้นำฝ่ายถืออำนาจรัฐ สามารถสั่งทหารเดินหน้าถอยหลัง

ยังนิ่งอยู่บนกองศพที่ไต่ขึ้นหลักร้อย

เน้นจังหวะ เลือกซีนโผล่แถลงออกจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ “เบิ้ลซ้ำ” หลังฝ่ายเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำกระแส ประทับภาพผู้ก่อการร้ายเผาเมือง

แต่ไม่พูดถึงคิวบอกปัดข้อเสนอของนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ที่อาสาเป็นคนกลาง ต่อสายเจรจากับแกนนำม็อบแดงก่อนนาทีทหารเข้าสลาย โดยที่ฝ่ายเสื้อแดงก็ยอมรับเงื่อนไข แต่ไม่ทันกาล

“อภิสิทธิ์” กดปุ่มทุบม็อบ ราดน้ำมัน ล่อชนวนเผาเมือง

แล้วก็กบดานอยู่ในอารักขาของทหารในรังกรมทหารราบที่ 11 อึดไปรอลุ้นศาลรัฐธรรมนูญนัดคิวตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในคดีใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ในอีกไม่กี่อึดใจ

ตื๊อจนหยาดสุดท้ายก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

เสื้อแดงกู่ไม่กลับแล้ว

เสาร์เล็งพฤหัส พฤหัสเล็งเสาร์ ในแนวเดียวกัน ดาววินาศดวงเมือง

ตีสามของรุ่งวันใหม่ 19 พฤษภาคม โดยฤกษ์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กดปุ่มไฟเขียวกองกำลังทหารเริ่มปฏิบัติการเคลื่อนพลเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม  นปช.  แดงทั้งแผ่นดิน กระชับวงล้อมยึดคืนพื้นที่เวทีราชประสงค์

ฟ้าสาง ฉากสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ

กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรกลายเป็นดินแดนมิคสัญญี เต็มไปด้วยควันพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้าจากการเผาป่วนเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่รถสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะพร้อมกำลังทหารถืออาวุธครบมือ ดาหน้าบุกเข้าทำลายแผงบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุม เร้าด้วยเสียงปืน เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง

ศพคนถูกยิงนอนตายคาถนน

กลายเป็นภาพข่าวกระจายไปทั่วโลก ผ่านจอสำนักข่าวใหญ่ ทั้งบีบีซี รอยเตอร์ ซินหัว บลูมเบิร์ก อัลจาซีรา โดยเฉพาะซีเอ็นเอ็นได้รายงานข่าวชนิดปล่อยเบรกยาว

“กลียุค” คนไทยลุยฆ่ากันเอง

แน่นอน ชัยชนะในเกมรบย่อมตกเป็นของฝ่ายคุมอำนาจรัฐที่มีกองกำลังทหารติดอาวุธเต็มอัตราศึก เป็นเครื่องมือในการสยบม็อบประชาชนที่ถูกสร้างฉากว่า มีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัว เต็มไปด้วยอาวุธสงคราม

แต่ลุยกันจริงๆก็สู้ได้แค่ไม่กี่ยก นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ

13.25 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ขึ้นประกาศบนเวที ยกขบวนแกนนำเข้ามอบตัวกับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อ้างไม่ได้ยอมจำนน แต่ไม่ต้องการให้พี่น้องเสื้อแดงสูญเสียชีวิตไปมากกว่านี้

ยุติเวทีชุมนุมเพื่อหยุดความตาย

ท่ามกลางเสียงโห่ฮา ตะโกนด่า โห่ร้องด้วยความไม่พอใจ บางคนถึงกับร่ำไห้ ปะทุอารมณ์ของมวลชนเสื้อแดงที่ยังโกรธแค้น

ไม่ยอมสลายตัวกลับบ้านง่ายๆ

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมด้านนอกยังคงเปิดฉากลุยกับเจ้าหน้าที่ เผาไฟป่วนเมือง

ในสถานการณ์ที่แนวรบคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดก็กระจายพรึ่บพรั่บทั้งเชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี โฟกัสที่ภาคอีสานกับภาคเหนือ รวมตัวบุกยึด เผาศาลากลางจังหวัด เพื่อตอบโต้รัฐบาลที่สั่งการกองกำลังทหารสลายกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่กรุงเทพฯ

ในอารมณ์ที่เตลิดไปไกลถึงขั้นที่นายประภาส ยงคะวิสัย แกนนำคนเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ได้รวบรวมบัตรประชาชนคนเสื้อแดง เพื่อไปมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

คืนความเป็นคนไทย

โดยอ้างว่า เป็นการต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์ จากผลการล้อม ปราบประชาชนของรัฐบาลทำให้คนเสื้อแดงไมยอมรับความเป็นไทย ทั้งนี้ยังได้เรียกร้องให้ทั่วประเทศคืนบัตรประชาชนเพื่อร่วมกดดันรัฐบาลในการปฏิเสธความเป็นคนไทย

คนเสื้อแดงเดินทางมาไกลเกินกว่าจะกู่เรียกกลับ

ตามสถานการณ์ที่ไฟยังไม่ดับง่ายๆ แม้เกมรบบนดินโดนรัฐใช้กำลังสลาย

ไฟต์บังคับกองทัพแดงมุดลงใต้ดิน

คนชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังสบายอกสบายใจไม่ได้

ที่แน่ๆกับตัวเลข 67 ชีวิตที่สูญเสียไปนับแต่เริ่มการชุมนุมของคน เสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ยังไม่นับรวมกับตัวเลขที่เพิ่มในไฟต์หักดิบล่าสุดสังเวยไปอีกกี่ชีวิต

จากหลักสิบไต่ขึ้นหลักร้อยศพ

“อภิสิทธิ์”  จะทรงตัวอยู่บนกองเลือดได้อีกกี่อึดใจ

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า จับอารมณ์มวลชนเสื้อแดงที่ยังโกรธแค้นถึงขนาดล้อมกรอบ ยื้อแย่งฉุดกระชากตัวแกนนำ นปช.ที่ประกาศเข้ามอบตัวกับตำรวจ ไม่ยอมให้หมอบง่ายๆ

ผู้หญิง คนแก่ ตั้งท่าพร้อมลุยสู้ตายกับทหาร

โดยสัญญาณที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยย่อมรับรู้ได้ การต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ยกระดับเลย “ทักษิณ ชินวัตร” ไปแล้ว

รับจ้างไปตาย ดูแคลนเสื้อแดงต่ำเกินไป

ภายใต้ความเคียดแค้นชิงชัง กับภาพของแนวร่วมที่ตายเป็นใบไม้ร่วง ในฉากที่รัฐบาลพลเรือนสั่งการทหารลุยปราบรุนแรง ตอกย้ำหมุดที่ถูกฝังหัวเรื่องสองมาตรฐาน

แผลในใจคนเสื้อแดงบาดลึก ยากเยียวยา.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

แผลในใจคนเสื้อแดงบาดลึก ยากเยียวยา

เสาร์เล็งพฤหัส พฤหัสเล็งเสาร์ ในแนวเดียวกัน ดาววินาศดวงเมือง

ตี สามของรุ่งวันใหม่ 19 พฤษภาคม โดยฤกษ์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กดปุ่มไฟเขียวกองกำลังทหารเริ่มปฏิบัติการเคลื่อนพลเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม  นปช.  แดงทั้งแผ่นดิน กระชับวงล้อมยึดคืนพื้นที่เวทีราชประสงค์

ฟ้า สาง ฉากสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ

กรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรกลายเป็น ดินแดนมิคสัญญี เต็มไปด้วยควันพวยพุ่งขึ้นเต็มท้องฟ้าจากการเผาป่วนเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่รถสายพานลำเลียงพลหุ้มเกราะพร้อมกำลังทหารถืออาวุธครบมือ ดาหน้าบุกเข้าทำลายแผงบังเกอร์ของกลุ่มผู้ชุมนุม เร้าด้วยเสียงปืน เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง

ศพคนถูกยิงนอนตายคาถนน

กลายเป็น ภาพข่าวกระจายไปทั่วโลก ผ่านจอสำนักข่าวใหญ่ ทั้งบีบีซี รอยเตอร์ ซินหัว บลูมเบิร์ก อัลจาซีรา โดยเฉพาะซีเอ็นเอ็นได้รายงานข่าวชนิดปล่อยเบรกยาว

“กลี ยุค” คนไทยลุยฆ่ากันเอง

แน่นอน ชัยชนะในเกมรบย่อมตกเป็นของฝ่ายคุมอำนาจรัฐที่มีกองกำลังทหารติดอาวุธเต็ม อัตราศึก เป็นเครื่องมือในการสยบม็อบประชาชนที่ถูกสร้างฉากว่า มีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัว เต็มไปด้วยอาวุธสงคราม

แต่ลุยกันจริงๆก็สู้ ได้แค่ไม่กี่ยก นกกระจอกไม่ทันกินน้ำ

13.25 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ขึ้นประกาศบนเวที ยกขบวนแกนนำเข้ามอบตัวกับตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อ้างไม่ได้ ยอมจำนน แต่ไม่ต้องการให้พี่น้องเสื้อแดงสูญเสียชีวิตไปมากกว่านี้

ยุติ เวทีชุมนุมเพื่อหยุดความตาย

ท่ามกลางเสียงโห่ฮา ตะโกนด่า โห่ร้องด้วยความไม่พอใจ บางคนถึงกับร่ำไห้ ปะทุอารมณ์ของมวลชนเสื้อแดงที่ยังโกรธแค้น

ไม่ยอมสลายตัวกลับบ้าน ง่ายๆ

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมด้านนอกยังคงเปิดฉากลุยกับเจ้าหน้าที่ เผาไฟป่วนเมือง

ในสถานการณ์ที่แนวรบคนเสื้อแดงในต่างจังหวัดก็กระจา ยพรึ่บพรั่บทั้งเชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี โฟกัสที่ภาคอีสานกับภาคเหนือ รวมตัวบุกยึด เผาศาลากลางจังหวัด เพื่อตอบโต้รัฐบาลที่สั่งการกองกำลังทหารสลายกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่กรุงเทพฯ

ในอารมณ์ที่เตลิดไปไกลถึงขั้นที่นายประภาส ยงคะวิสัย แกนนำคนเสื้อแดงกาฬสินธุ์ ได้รวบรวมบัตรประชาชนคนเสื้อแดง เพื่อไปมอบให้ผู้ว่าราชการจังหวัด

คืนความเป็นคนไทย

โดย อ้างว่า เป็นการต่อสู้ในเชิงสัญลักษณ์ จากผลการล้อม ปราบประชาชนของรัฐบาลทำให้คนเสื้อแดงไมยอมรับความเป็นไทย ทั้งนี้ยังได้เรียกร้องให้ทั่วประเทศคืนบัตรประชาชนเพื่อร่วมกดดันรัฐบาลใน การปฏิเสธความเป็นคนไทย

คนเสื้อแดงเดินทางมาไกลเกินกว่าจะกู่เรียก กลับ

ตามสถานการณ์ที่ไฟยังไม่ดับง่ายๆ แม้เกมรบบนดินโดนรัฐใช้กำลังสลาย

ไฟต์บังคับกองทัพแดงมุดลงใต้ดิน

คน ชื่อ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังสบายอกสบายใจไม่ได้

ที่แน่ๆกับตัว เลข 67 ชีวิตที่สูญเสียไปนับแต่เริ่มการชุมนุมของคน เสื้อแดงตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ยังไม่นับรวมกับตัวเลขที่เพิ่มในไฟต์หักดิบล่าสุดสังเวยไปอีกกี่ชีวิต

จาก หลักสิบไต่ขึ้นหลักร้อยศพ

“อภิสิทธิ์”  จะทรงตัวอยู่บนกองเลือดได้อีกกี่อึดใจ

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า จับอารมณ์มวลชนเสื้อแดงที่ยังโกรธแค้นถึงขนาดล้อมกรอบ ยื้อแย่งฉุดกระชากตัวแกนนำ นปช.ที่ประกาศเข้ามอบตัวกับตำรวจ ไม่ยอมให้หมอบง่ายๆ

ผู้หญิง คนแก่ ตั้งท่าพร้อมลุยสู้ตายกับทหาร

โดย สัญญาณที่ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยย่อมรับรู้ได้ การต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ยกระดับเลย “ทักษิณ ชินวัตร” ไปแล้ว

รับ จ้างไปตาย ดูแคลนเสื้อแดงต่ำเกินไป

ภายใต้ความเคียดแค้นชิงชัง กับภาพของแนวร่วมที่ตายเป็นใบไม้ร่วง ในฉากที่รัฐบาลพลเรือนสั่งการทหารลุยปราบรุนแรง ตอกย้ำหมุดที่ถูกฝังหัวเรื่องสองมาตรฐาน

แผลในใจคนเสื้อแดงบาดลึก ยากเยียวยา.

ทีมข่าวการ เมือง รายงาน

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/84087

สลายม็อบ

นที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7112 ข่าวสดรายวัน


สลายม็อบ

คอลัมน์ ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน

ความ แข็งกร้าวของนายกฯอภิสิทธิ์ ที่แสดงผ่านปฏิบัติการกระชับวงล้อม ผู้คนล้มตายเป็นใบไม้ร่วงในทุกๆ วัน แต่ไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน เช่นนี้ย่อมพัฒนาต่อไปเป็นปฏิบัติการสลายม็อบได้ในที่สุด

แค่กระชับวงล้อมก็ตายกันวันละ 4-5 ศพ

แล้วถ้าบุกเข้าสลายม็อบ ต้องตายกันอีกกี่สิบศพยังไม่รู้!?

ถ้าหากการสลายม็อบที่ราชประสงค์เสร็จสิ้น เห็นจะต้องบอกล่วงหน้าได้เลยว่า อย่าเพิ่งนับศพ

เพราะสงครามอันยืดเยื้อยาวนานจะเปิดฉากขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งในเมืองหลวงและในหลายๆจังหวัด

ความสูญเสียอันมหาศาลต่อประเทศชาติบ้านเมืองจะอีกเท่าไร

คิดไปแล้วก็น่าตกใจ

ที่พูดมานี้ ปรากฏเป็นรายงานการวิเคราะห์ของหน่วยงานรัฐเอง ซึ่งได้นำเสนอไปยังศอฉ.แล้ว

ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ และทั้งหลายๆ องค์กร ยืนยันต่อนายกฯ ว่า จะช้าหรือเร็ว สุดท้ายมีแต่การเจรจาเท่านั้น จึงจะยุติปัญหาได้อย่างแท้จริง

แค่กระชับวงล้อมก็ยับเยิน ถ้าบุกเข้าสลายม็อบราชประสงค์ยิ่งนองเลือดกันใหญ่

แล้วจะตามด้วยการต่อต้านรัฐบาลด้วยวิธีการรุนแรง ในพื้นที่อื่นๆ

อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการแบ่งฝ่ายต่อสู้กันด้วยความรุนแรง

ไม่ต่างจากปัญหาขัดแย้งในสามจังหวัดใต้ ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่ยอมพูดคุยเจรจากัน ก็เลยยังไม่ยุติเสียที!

รัฐบาลและศอฉ.โหมประโคมคำว่าผู้ก่อการร้ายในทุกวันนี้

ก็รัฐบาลและศอฉ.นี่แหละ กำลังจะทำให้ผู้ก่อการร้ายเกิดขึ้นจริงและจะมีจำนวนมากมายอีกด้วย

ถ้ายังไม่ใช้หนทางการเจรจาแก้ปัญหาการเมืองด้วยการเมือง!

วันก่อนเสธ.ไก่อูแถลงข่าวว่า มีผู้ก่อการร้ายประมาณ 500 คนแฝงอยู่ในม็อบ

คนได้ฟังแล้วก็ขำ คงคิดตัวเลขกันเดี๋ยวนั้น ตั้งใจจะพูดถึงพวกโจรห้าร้อยอะไรทำนองนั้น

กล่าวกันว่ารัฐบาลทักษิณ เป็นผู้ปลุกโจรใต้ฟื้นคืนชีพ และเติบโตอย่างรวดเร็ว ในช่วงปี 2546-2547

ด้วยการตีความผู้ขัดแย้งกับอำนาจรัฐในพื้นที่ว่า เป็นพวกโจรกระจอก เลยกลายเป็นโจรจริงรบกันไม่จบ

มารัฐบาลอภิสิทธิ์ ขัดแย้งกับคนเสื้อแดงในเรื่องเลือกตั้งเรื่องยุบสภาแท้ๆ

ไปป่าวประกาศว่าเป็น 500 ผู้ก่อการร้าย เดี๋ยวก็คงได้เกิดขึ้นจริง!

หน้า 2

“เฮ้ย เหม็นแล้วว่ะ!”.

ทั้งสัปดาห์ นิติภูมิได้สำรวจตรวจทัศนคติคนไทยในกรุงเทพฯ-จันทบุรี-สระแก้ว- ชลบุรี-หนองคาย-อุดรธานี เพราะผมต้องเดินสายไปปราศรัยทุกวัน

จนถึง ราตรีของอังคารวานนี้ สายการบินเอธิโอเปีย เที่ยวบินที่ ET 609 พาผมบินมายังกรุงแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย

ขณะ ที่ผู้อ่านท่านจับไทยรัฐฉบับนี้ นิติภูมิกำลังประชุมกับหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนเอธิโอเปีย โดยร่วมกับคณะของบีโอไอไทย ซึ่งประกอบด้วย นางวาสนา มุฑุตานนท์ ทปษ.ด้านการลงทุน, นางสาวรัตนวิมล นารี ศุกรีเขตร นายภาคภูมิ บูรณบุณย์ นางสาวสรัลลักษณ์ สายสุริยา และนายเผด็จ แก้วเรือง

ขณะนี้ มีจดหมายจากผู้อ่านค้างอยู่ใน nitipoom@gmail.com นับร้อยเป็นพันฉบับ สถานการณ์อย่างนี้ไม่เคยมีมาก่อน กรณีที่ผู้อ่านท่าน “อิน” กับข้อเขียนจนต้องมีจดหมายมา “ด่า” หรือ “ชม” ผม เป็นจำนวนมาก

ไม่ ใช่แค่แต่เฉพาะคอลัมน์ของนิติภูมิเท่านั้น แม้แต่ข่าวปกติของสื่อฝรั่ง ก็ยังมีคนแห่เข้าไปโพสต์ข้อความคำวิจารณ์กันเพียบ

คืนวันจันทร์ที่ ผ่านมา ผมเข้าไปที่ www.yahoo.com เพื่ออ่านเรื่องสถานการณ์ในกรุงเทพฯ เพียงข่าวเดียวมีผู้อ่านเข้าไปโพสต์กันมากถึง 7,613 คอมเมนต์ มีการวิจารณ์บุคคลที่เราชาวไทยรักเคารพหวงแหน เรื่องนี้ต้องฝากคนไทยที่ภาษาอังกฤษดี ช่วยกันอธิบายเรื่องไม่จริงให้ชาวต่างชาติทราบ หลายข้อความ ผมสังหรณ์ว่าน่าจะมาจากประเทศคู่แข่ง ซึ่งถนัดจัดเจนในการโจมตีเราทุกทีที่มีปัญหา

วลีและประโยคจากข่าวที่ ผมขอนำเอามาเล่าต่อก็เช่น A country divided into two classes, the elite rich and the peasant farmers. ประเทศที่แบ่งออกเป็นสองชนชั้น ชนชั้นสูงที่ร่ำรวย และผู้คนชนชั้นรากหญ้ายากจน

ในโลกไซเบอร์ ผู้คนเห็นใจฝ่ายเสื้อแดงมากกว่ารัฐบาล ดูได้จากคอมเมนต์อย่าง Pray for the common people in the movement. ช่วยกันสวดอ้อนวอนให้ผู้คนชนชั้นรากหญ้าในการประท้วงด้วยเถิด

แม้แต่ ผู้คนตามชนบทของประเทศต่างๆ เดี๋ยวนี้มีอินเตอร์เน็ตใช้กันเป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว ในอินเตอร์เน็ต ฝ่ายเสื้อแดงได้รับกำลังใจจากคนที่ถูกกดขี่ทั่วโลก ผู้คนบนโลกส่วนใหญ่เข้าใจว่าการต่อสู้ในกรุงเทพฯ เป็นการสู้กันระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกปกครอง Those who want to rule and those being ruled over.

คำอธิบายใต้รูปของสื่อบางฉบับ อธิบายภาพการต่อสู้ว่า The class war in Thailand. สงครามชนชั้นในประเทศไทย

คนหนึ่งซึ่งผมเดาว่าน่าจะมีภูมิหลังทางศาสนา โพสต์ข้อความว่า “ประเทศแถบนี้ยังไม่มีศาสนา เราต้อง introduce หรือนำศาสนาไปให้พวกเขา ข้าพเจ้าเคยเดินทางไปประเทศไทยกับครอบครัว เจอแต่เซ็กซ์ ยาเสพติด และความไม่มีวัฒนธรรมประเพณีในเมืองท่องเที่ยว” ไอ้คนนี้นี่ก็เขียนข้อความตำหนิเราเกินความจริง

ราตรีวันจันทร์ที่ ผ่านมาเหมือนกัน ผมเข้าไปดูข่าวใน Australian Network News ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลออสเตรเลีย สถานีนี้แพร่ภาพเรื่อง Bangkok’s war หรือสงครามในกรุงเทพฯ นักวิเคราะห์เอาภาพและเรื่องของนักข่าวสาวชาวออสเตรเลียที่มีชื่อว่าโซวี แดเนียล มาออกอากาศ ผู้ชมทั่วโลกเชื่อนางแดเนียลกันมาก เพราะเธอเข้าไปใช้ชีวิตคลุกคลีตีโมงอยู่กับกลุ่มเสื้อแดง ในภาพข่าว เราจะเห็นชาวบ้านถูกยิง เป็นภาพทหารลั่นกระสุน นิติภูมิเป็นคนเทียวไปในโลกเพื่อทำสารคดี ขอเรียนว่า มุมกล้องของภาพที่กระจัดพลัดพรายแพร่หลายอยู่ในสื่อทั่วโลกขณะนี้ ไม่เคยปรากฏในสงครามที่อื่นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นภาพจากสงครามอิรัก หรือในอัฟกานิสถาน

ได้เห็นภาพเหล่านี้แพร่ขยายกระจายออกไปสู่สายตา ชาวโลก และได้อ่านคอมเมนต์จากผู้คนบนโลกทั้งใบ ขอเรียนเลยนะครับว่า บัดนี้ คนทั้งโลกขยะแขยงแขงขนคนที่เป็นผู้นำของเรา ผิวหนังของคณะผู้นำไทยเริ่มเป็นโรคคล้ายเชื้อราตั้งแต่ใบหน้า คอ ลำตัว หัว แขน และขา คนบนโลกอินเตอร์เน็ตเริ่มมองเห็นตุ่มแดงๆ ที่คอของท่าน แรกๆ ก็เป็นไม่เท่าไรดอก แต่ตอนนี้เริ่มมีขอบนูน มีตุ่มน้ำใสเล็กๆ อยู่รอบวง

ฝรั่งเริ่มพูดกันว่า พวกท่านเป็น Ring worm หรือ Tinea

ส่วนคน ไทยเราก็เรียกโรคนี้แตกต่างกันตามบริเวณที่เป็น ถ้ามีเชื้อราที่ใบหน้า คอ ลำตัว หัว แขน และขา ก็เรียกว่า ขี้กลาก

ถ้าเป็นที่ขาหนีบ เราเรียกว่า สังคัง

นายทหารท่านหนึ่งซึ่งโผล่ออกมาหน้าจอโทรทัศน์ บ่อยๆ ขณะนี้โดนขี้กลากลามปามจนถึงง่ามก้น ท่านลองเอากระจกวางบนพื้น แล้วค่อยๆ นั่งยองๆ ส่องสำรวจ จะพบว่าผิวท่านขาวคันเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีกทั้งสองแก้มก้นแล้วนะครับ

อาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งซึ่งประกาศตนว่าจะเป็นคนล้างพวกรากหญ้า เดี๋ยวนี้ ฝรั่งมองว่า ท่านมีเชื้อราที่ง่ามนิ้วเท้า โรคนี้ไอ้ปื๊ดลูกของเจ้น้องก้นซอยสองมันเรียกว่า ฮ่องกงฟุต ขณะนี้ ท่านอาจารย์น่ะ เป็นจนผิวจะสุกทุกง่ามนิ้วแล้ว

เมื่อก่อนตอนที่ยังมี การเจรจาระหว่างหัวหน้ารัฐบาลกะแกนนำเสื้อแดง อาการของอาจารย์เป็นแค่ขุยๆ ยังไม่เหม็น ฝรั่งก็ยังสังเกตไม่เห็น

หลังจากที่ประชาชนผู้คนล้มตาย ไปเยอะแยะ ผิวตามง่ามเท้าของท่านเริ่มแตกเป็นร่อง มีน้ำเยิ้ม แถมมีกลิ่นเหม็นโชยออกมาทางหน้าจอโทรทัศน์ด้วย

ขณะนี้ ผมได้ยินผู้คนทั้งโลกวิจารณ์คณะของท่านว่า…

“เฮ้ย เหม็นแล้วว่ะ!”.

นิติภูมิ นวรัตน์

นรกรออยู่นะครับ

http://www.thairath.co.th/column/oversea/worldsky/83275

จันทร์วันนี้ ที่ห้องประชุม อบจ.หนองคาย มีกิจกรรมสำคัญดังนี้ 09.30-11.00 น. นิติภูมิพูด “แม่น้ำของ ฮีตคองประเพณี คนลุ่มน้ำของ” 11.00 น. เสวนาและเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยปราชญ์สองฝั่งโขง และ 13.00 น. เริ่มแบ่งกลุ่มแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และทำแผนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสองฝั่งโขง

มนุษย์ ผู้มีโอกาสพูด เขียน อ่าน สร้างแนวโน้มให้ความขัดแย้งของประชาชนคนในประเทศสงบจบลงด้วยดี มีสันติภาพ ทว่า ไม่ทำ ท่านว่าผู้นั้นมีจิตอำมหิตนัก เมื่อตายกลายเป็นผี ก็ต้องไปอาศัยอยู่ในขุมสัญชีวมหานรก จะตกเหตุทุกข์ทรมานด้วยการถูกดาบขวานฟาดฟันปากและมือให้ตาย แล้วก็กลายเป็นฟื้นคืนชีพขึ้นใหม่ จากนั้นก็ถูกดาบขวานฟันฟาดบาดปากและมือครั้งแล้วครั้งเล่า อีกนานนับล้านปี

ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำประเทศ เมื่อมีโอกาส ระงับความขัดแย้งในประเทศตนเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ก็ตาม อาทิ ยุบสภา เพื่อคืนอำนาจให้ประชาชนคนทั้งชาติไปเลือกรัฐบาลที่ตนเองต้องการ ทว่า ผู้นำไม่ทำ ความดื้อด้านของท่านได้นำพามรณามาสู่ ประชาชนคนของประเทศเป็นจำนวนมาก ท่านผู้นี้ก็มีใจร้าย แม้อายุยังน้อย แต่เวรกรรมก็จะนำให้ท่านตายไวไปกว่าคนปกติ หลังจากตายกลายเป็นผีแล้ว ท่านก็จะไปสู่กาฬสุตตมหานรก ที่กอปรด้วยสัตว์และมนุษย์ ซึ่งทุกเวลานาทีท่านจะถูกตีด้วยเชือกดำที่ทำด้วยเหล็กร้อน

ผู้ใหญ่ ท่านหนึ่งซึ่งเคยไปเยือนมหานรกหลายขุมเหล่านี้ มีโอกาสเล่าให้นิติภูมิฟังในราตรีหนึ่ง ซึ่งท่านยันว่า ณ ที่นั้นท่านได้พบกับนายนีโคไล เชาเชสคู ผู้เคยเป็นเลขาธิการพรรคและประธานาธิบดีของโรมาเนียนานถึง 24 ปี ระหว่างที่ยังมีชีวิตอยู่ นายเชาเชสคูได้รับความศรัทธายกย่องเป็นอันมาก เสียงอึกทึกครึกโครมชื่นชมระงมไปทั้งสังคมตะวันตก ตลอดจนในกลุ่มประเทศโลกที่ 3 ทั้งหลายทั้งปวง

นายเชาเชสคูผู้โด่งดัง ทางความเฉลียวฉลาดปราดเปรื่องมาตกม้าตายด้วยเรื่องเล็กๆ เรื่องไม่เป็นเรื่อง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2532 ที่เมืองทีมิชวารา จังหวัดทีมิช รัฐบาลได้สั่งย้ายบาทหลวงลาซโล เตอเกซ นักบวชคริสเตียนนิกายลูเทอร์ เชื้อสายฮังการี บาทหลวงผู้นี้เคยเทศน์ต่อต้านระบบการปกครองของเชาเชสคูมาก่อน เรื่องนั้น เรื่องนี้ ไม่เคยมีกรณีอะไรถูกใจบาทหลวงลาซโล แถมแกยังเทศน์ตำหนิกรณีที่เชาเชสคูมีนโยบายไปทำลายหมู่บ้านฮังการีมากถึง 8 พันหมู่บ้านในแคว้นทรานซิลเวเนียเมื่อ พ.ศ.2531 โดยเชาเชสคูอ้างว่าทำลายหมู่บ้านแบบดั้งเดิม เพื่อต้องการสร้างชุมชนอุตสาหกรรมการเกษตรทันสมัยขึ้นมาแทน

เขียนให้ เข้าใจง่ายก็คือ เชาเชสคูได้รับความนิยมจากโลกตะวันตกและโลกที่ 3 แต่คนบางภาคของประเทศของตัวเอง โดยเฉพาะพวกที่ใช้ภาษาฮังกาเรียนไม่ชอบ เหมือนคนภาคอีสานและเหนือของไทยไม่ชอบผู้นำรัฐบาลไทยบางคนนั่นแหละ อันนี้เป็นเพราะรัฐบาลของเชาเชสคูมีพฤติกรรมสองมาตรฐานกับคนในแคว้นทรานซิ ลเวเนียอย่างชัดเจน ผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครองนะครับ เมื่อไม่ชอบขี้หน้ากัน อะไรก็ไม่ถูกใจกันไปหมด รัฐบาลสั่งย้ายบาทหลวง คนก็บอกว่า อ้า ย้ายอย่างไม่ยุติธรรม ทำให้ประชาชนคนเป็นหมื่นที่มีเชื้อสายโรมาเนียและฮังการีออกมาเดินขบวน ประท้วงไปตามถนนหนทาง และต่อมาก็ขยายกระจายไปเดินขบวนกันในกรุงบูคาเรสต์ เมืองหลวงด้วย

ตอนนั้น เชาเชสคูอยู่ระหว่างเยือนอิหร่าน แต่ก็ยังสั่งให้ทหารปราบผู้เดินขบวน ทำให้ผู้คนล้มตายหายไปจำนวนหนึ่ง เชาเชสคูกลับจากอิหร่านเมื่อ 20 ธันวาคม 2532 ก็สั่งหน่วยซีกูริตาเตให้ปราบผู้เดินขบวนเด็ดขาด

แรกๆทหารก็ปราบ ประชาชนตามคำสั่ง ปราบไปปราบมา ทหารสงสารประชาชนซะเอง ทหารทั้ง 3 เหล่าทัพก็จึงปรึกษาหารือกัน และก็หันกลับมาช่วยประชาชนคนเดินขบวน ทำการต่อต้านทั้งเชาเชสคูและเจ้าหน้าที่จากหน่วยซีกูริตาเต

ตัวเอง เคยมีอภิพญามหายอดอำนาจเด็ดขาดในสังคมของโรมาเนียมายาวนานถึง 24 ปี เชาเชสคูและญาติไม่เคยนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่วาสนาบารมี หมดมาก่อนเลยครับ ซึ่งเป็นวันที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนออกจากกรุงบูคาเรสต์

ตอนมีอำนาจ ทุกคนก็ยอมศิโรราบ แต่พอความชั่วช้าสามานย์ถูกคุ้ยมาโพนทะนาสาธยายขึ้นมากเรื่อยๆ ประชาชนก็อยากจะเอาคืน พอมีคนนำเท่านั้นละครับ ประชาชนคนทั้งประเทศดักรอชกเชาเชสคูอยู่ทุกหนทุกแห่ง

สุดท้ายนาย เชาเชสคูและนางเอเลนา ภรรยา ก็ซิกแซ็กหนีไปได้เพียง 75 กิโลเมตร วันที่ 21 ธันวาคม 2532 ก็ยอมให้ประชาชนรุมจับที่เมือง ติร์โกวิชเต ประชาชน ทหาร และข้าราชการ ก็รวมกันลากสองผัวเมียผู้เคยเถลิงอำนาจสูงสุดของประเทศมานานกว่า 2 ทศวรรษมาขังไว้

ศาลทหารถูกตั้งขึ้นมาอย่างฉับพลันทันที ภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมงที่ตั้งศาลเสร็จ ศาลก็ตัดสินประหารชีวิตไอ้อีทั้ง 2 คน ที่เป็นถึงผู้นำประเทศ แต่ดันออกคำสั่งให้ทหารปราบปรามประชาชนจนมีคนตาย

25 ธันวาคม 2532 นีโคไล และนางเอเลนา เชาเชสคู ถูกนำไปประหารชีวิต ตายแล้ว นายเชาเชสคูก็ย้ายไปอยู่ที่กาฬสุตตนรก นางเอเลนาขณะนี้อยู่ที่สัญชีวนรก ส่วนลูกหลานและญาติโกโหติกาทั้งหลาย ศาลตัดสินเหมือนกัน ปัจจุบันทุกวันนี้ญาติบางคนกำลังใช้กรรมอยู่ที่สังฆตนรก โรรุวนรก และมหาโรรุวนรก

ไม่กลัวนรก ก็ขอให้กลัวเหตุการณ์อันหนึ่งซึ่งอาจเกิดในอนาคต วันที่ประชาชนคนไล่ชกท่านเหมือนหมา อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับเชาเชสคูกันบ้างนะครับ.

นิติภูมิ นวรัตน์

หน้าการเมืองไทยรัฐ:คิดเพื่อตัวเองไว้ก่อน

ไม่สนปรองดองด้วย

ในอารมณ์ของ “คนที่รักมากจะโกรธมากที่สุด” ก็พอเข้าใจอาการที่ขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ เฮี้ยวใส่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เล่นบทคัดค้านหัวชนฝา ไม่เอาด้วยกับโรดแม็ปสมานฉันท์กับคนเสื้อแดง

ถึงขั้นที่ “อภิสิทธิ์” เจอสบถด่าแรงๆ “ไอ้เฮงซวย”

ตามจังหวะตีปี๊บโหม กระแส “คนเคยรักมากก็เกลียดมาก” หันปลายกระบอกปืนเข้าใส่นายกฯอภิสิทธิ์ โทษฐานขัดอกขัดใจไปสมานฉันท์กับศัตรูร่วมทางการเมือง

ดูกันตามเกมก็เข้าทางแผนเบี้ยวเนียนๆ ของฝ่ายคุมเกมอำนาจ อ้างเป็นเหตุล้มกระดานโรดแม็ป “อภิสิทธิ์” ในจังหวะสุดท้าย

แต่ที่ลึกไปกว่านั้น โดยนัยแฝงที่หวังได้ คิวนี้แกนนำม็อบพันธมิตรฯในอีกคราบพรรคการเมืองใหม่ ก็ได้จังหวะ “ขย่มแต้ม” ฉวยกระแส “ตีกิน” พระเอกอย่างนายกฯอภิสิทธิ์

แย่งฐานเสียงที่ทับสัมปทานอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์

กระตุก คะแนนนิยม หลังปรากฏการณ์ “ม็อบไปเช้าเย็นกลับ” โดยการขยับทัพเสื้อเหลืองออกมาคำรามขู่ให้รัฐบาลและกองทัพจัดการขั้นเด็ดขาด กับม็อบเสื้อแดง พร้อมๆกับแตกเครือข่ายเป็นม็อบคนเสื้อหลากสีกระจายส่วนแบ่งการตลาด เพิ่มฐานระดมมวลชน

แต่ ไม่เป็นผล เสียงไม่พอกระตุ้นคิวลุยหักดิบม็อบแดง

ในอารมณ์ที่สังคม ยังคาใจภาพม็อบเสื้อเหลืองยึดสนามบินติดลบ ไม่มีใครดีกว่ากัน

ขณะ ที่พระเอกคนสำคัญอย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำใหญ่ ในฐานะหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ก็หายไปจากจอในห้วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

เรตติ้งฝ่อลงไปถนัดตา

เอาเป็นว่า โดยกระแสและความพร้อมที่จับอาการได้ ขืนเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ตามโรดแม็ปของนายกฯอภิสิทธิ์

ยี่ห้อ “พรรคการเมืองใหม่” มีหวัง “จั่วลม”

งานนี้เลยต้องโหม “กระแสหมั่นไส้อภิสิทธิ์” ชิงปั่นเรตติ้งกันอีกรอบ

แต่คิวนี้ ก็ไม่ง่ายเหมือนลุยกับผู้ร้ายหน้าเหลี่ยมยี่ห้อ “ทักษิณ” เพราะขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ต้องชนกับพระเอกรูปหล่อ พ่อยกแม่ยกเยอะยี่ห้อ “อภิสิทธิ์” ที่ลงทุนถึงขั้นต่อโทรศัพท์ สายตรงเคลียร์กับแฟนคลับแบบตัวต่อตัว

อ้อนกันแบบถึงลูกถึงคน

เจอมุกนี้เข้าไป พ่อยกแม่ยกไม่ใจอ่อนระทวยให้รู้ไป

แต่ทั้งหมดทั้งปวง มาถึงวันนี้ ในสภาพของ “อภิสิทธิ์” ที่มอมแมมกับคราบเลือด สะบักสะบอมจากบท “หนังหน้าไฟ” ของพวกโหนกระแสฝ่ายถืออำนาจ

หมดสภาพของ “คุณชายสะอาด”

คงต้องคิดเพื่อตัวเองและคนรอบข้าง มากกว่าคนอื่นแล้ว

เหนืออื่นใด ตามคิวที่นายพนิช วิกฤตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ สั่งเกาะติดกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ว่าจ้างบริษัทกฎหมายระดับโลกของประเทศเนเธอร์แลนด์ ในการช่วยกลุ่ม นปช.สู้คดีในระดับสากล

โยงกับคิวที่ “เดอะอ๋อย” นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงจองกฐิน ตั้งแท่นฟ้องนายกฯอภิสิทธิ์ต่อศาลคดีอาญาระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ต่อกรณีการปะทะระหว่างทหารกับม็อบ นปช.

ฐานเป็นผู้นำ พลเรือนที่สั่งทหารใช้อาวุธปราบปรามประชาชน จนมีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เป็นการละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์และขัดต่อหลักปฏิบัติสากล

“อภิสิทธิ์” ยังมีชนักปักคาอยู่

ไม่ ว่าจะโยนให้เป็นฝีมือไอ้โม่งชุดดำ โยงขบวนการก่อการร้ายแฝงในม็อบเสื้อแดง ยังต้องพิสูจน์กัน แต่กับฉากที่เห็นตรงหน้าปรากฏสู่สายตาทั่วโลก ทหารถืออาวุธปืนเอ็ม 16 พร้อมกระสุนจริง เปิดปฏิบัติการลุยสลายม็อบตอนกลางคืน

ไม่สนเสียงทัก คุมความเสียหายไม่ได้

ในฐานะของผู้นำเบอร์หนึ่งที่มีอำนาจสั่งการ สูงสุด “อภิสิทธิ์” ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความสูญเสียได้ ยิ่งขืนปล่อยให้ลากเกม “แลกเลือด” กันต่อไป ในจังหวะที่เห็นกันอยู่ว่า อาจมีคนบาดเจ็บล้มตายอีกนับไม่ถ้วน

ถึงขั้นนั้น วันที่ต้องขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศ

ต่อให้คนรักมากยังไง   ก็คงไม่มีใครยอมรับโทษกับ “อภิสิทธิ์” ด้วย.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ที่มา ไทยรัฐ ออนไลน์

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/81598